คราวนี้เนื่องจากเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย เลยแวบมาอัพบล็อคเตือนเพื่อนๆหน่อย.. (ถ้ามีคนเข้ามาอ่านนะ ฮา)

เลยจะมาแบบรีพอร์ตรานงายอาการเลยละกัน - -+  

 

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2553

 

12.15 น.

ทานข้าวกลางวัน เป็นผัดไทกับไข่ดาวยางมะตูมนิดๆ << ทั้งๆที่บอกว่าเอาสุกๆ เลยแอบสงสัยที่ตูป่วยเนี่ย เพราะผัดไท หรือไข่ด่าว หรือทั้งคู่ - -

แล้วก็ชาเย็น ที่โรงอาหาร ปิ๊บๆ -*- เซ็นเซอร์นิดหนึ่ง

 

13.00 - 16.00 น.

ไข้ต่ำๆ ง่วงนอน เพลียๆ คิดว่าคงไม่เป็นไร แค่ไข้ขึ้นเฉยๆ

เพราะคืนก่อนนอนดึกนิดหนึ่งงง (นิดหนึ่งจริงๆนะ -0-)

 

16.30 น.

เริ่มโดนพิษไข้รุ่มเร้ามากขึ้น หลับคารถแท็กซี่กับน้องคนเล็กระหว่างทางไปหาพ่อที่ทำงาน

 

ประมาณ 17.15 น.

กลับบ้าน หลับคารถ ไข้เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

ประมาณ 18.00 น.

ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะที่คอ กับท้อง เหมือนจะร้อนสูงกว่าที่หน้าผากอีก เลยพยายามนอนเยอะๆให้ไข้ลด...

แต่เหมือนจะร้อนขึ้นเรื่อยๆยังไงไม่รู้ OTL

ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ลากสังขารไปนอนห้องน้องคนเล็กที่มันกำลังเปิดแอร์ดูบอลอยู่ (ส่วนน้องคนกลางที่เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ คงไปสนามบินแล้ว..)

 

ช่วงหัวค่ำ

เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปนอนต่อ << ณ จุดๆนี้ ขอสารภาพว่า ไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอซกมกหน่อย ขนาดหน้าที่แต่งเอาไว้ยังไม่ได้ล้างเลย.. OTL ดีนะสิวไม่ขึ้น - -+ เดอร์โมแคร์กับสกินฟู๊ดนี่ดีแฮะ ไม่อุดตันรูขุมขน (โฆษณา 555)

 

ตลอดคืนนั้น

นอนๆ เพ้อๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น ตื่นมาก็กินน้ำ กินน้ำเสร็จสักพักก็ท้องเสีย...

ไม่รู้กี่รอบ แต่ไม่น่าจะเกิน 5 รอบสำหรับตอนกลางคืน

 

 

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2553

 

ประมาณ 6.00 น.

เหมือนได้ยินพ่อบอกแว่วๆ ว่าจะพาไปหาหมอ.. อืมก็ดี

 

ประมาณ 6.45 - 7.45 น.

เหมือนจะตื่นแล้ว.. แต่ยังกลิ้งๆอยู่บนเตียง ไข้ลดเหลือต่ำๆ จากเมื่อคืนที่สูงปรี๊ด ในความรู้สึกสูงจนน่ากลัวจริงๆนะ เหมือนมีคลื่นความร้อนระเบิดออกทั่วตัวเลย OTL

เลยทนนอนในห้องร้อนๆต่อไม่ได้ไง << แต่ตอนแม่กลับบ้านมา แม่บอกว่ายังไงก็ไม่ควรนอนห้องแอร์.. แต่ก็นะ ก็นอนจนไข้ลดไปแล้ว =w= ใส่เสื้อหนาวแล้วด้วยนะ หุหุ

 

8.00 น.

ได้ฤกษ์ออกจากบ้านไปหาหมอ คราวนี้น้องคนเล็กก็ไข้ขึ้นด้วย.. คืนก่อนเหมือนจะเพ้อจนเดินหายไปนอนห้องอื่น พ่อเดินหาแทบแย่ - -" มันไข้สูงทีไรเป็นงี้ประจำ ทำแม่ใจหายมาหลายรอบ

 

ประมาณ 8.30 น.

ถึงศูนย์แพทย์พัฒนา เดินต่อแทบไม่ไหว เลยได้นั่งรถเข๊ญ... น้องด้วย รู้สึกเหมือนคนมองตรึม เพราะส่วนใหญ่คนที่นั่งรถเข็ญมีแต่คนที่ดูไม่แข็งแรงทั้งนั้น แต่เรากับน้องดูแข็งแรงดีกว่าคนพวกนั้น.. ถ้าไม่นับว่าหน้าซีดแล้วก็ดูโทรมละก็นะ -*-

 

ประมาณ 9.00 น.

พบแพทย์.. น้องเข้าไปก่อน หายไปพักหนึ่ง เราก็ได้เข้าไป

หมอก็ถามอาการ แล้วบอกว่าเราดูอาการดีกว่าน้อง ที่นี้หมอก็ให้ยนอนบนเตียงเพื่อตรวจท้อง ถามเรื่องอาหารการกิน และอาการ แล้วสั่งมาเป็นชุด ว่าจะให้ฉีดยา แล้วกินเกลือแร่ น้ำเกลือไม่ต้อง แต่น้องน่ะต้อง อะไรงี้

หลังจากนั้น ไม่นานเราก็โดนจับไปฉีดยา..

พี่พยาบาล บอกว่าให้นอนคว่ำ เราก็แบบ ที่ไหล่ไม่ได้หรอ คิดในใจ ตูโตแล้วนะ -0-

พี่พยาบาลก็แบบ ไม่ได้ค่ะน้อง แบบว่ายามันเยอะ เลยต้องฉีดเข้าตะโพก

สงสัยคงฉีดยาต้านไวรัส แบคทีเรียไรแบบนี้มั้ง เห็นหมอพูดๆอยู่ว่ามีแบคทีเรีย

เสร็จแล้วก็กินเลือกแร่ กับกินยาอะไรสักอย่างเม็ดขาวๆ แล้วไปเจาะเลือด ต่อจากนั้น ก็หลับคารถเข็ญรอน้องที่โดนให้ยาเข้าเส้นเลือดอยู่ เหมือนให้น้ำเกลือเลย แต่เปลี่ยนจากน้ำเกลือเป็นยาแทน... เพราะงั้นปริมาณก็เยอะอยู่

 

ประมาณ 10.30 น.

พี่พยาบาลอีกคน เข้ามาถามว่าไหวมั้ย ทำไมหลับคารถเข็ญ เราก็แบบก็ไหวนะ แค่ง่วง ไม่รู้เพราะยาหรือนอนไม่พอ พี่แกเลยให้เราไปนอนต่อที่ห้องสังเกตุอาการ ห้องที่น้องเรากำลังเริ่มให้น้ำเกลือ.. คงจะเริ่มให้น้ำเกลือแล้วแหละ เราหลับไปนานอยู่นะ - -

 

11.00 น.

โดนให้น้ำเกลือตามน้องอีกคน คงเพราะผลเลือดที่เจาะไปมันฟ้องว่าเราขาดเกลือแร่มากล่ะมั้ง - - หมอเลยจับให้น้ำเกลือ -0- สรุปคือ อีหมาก็หนีไม่รอดจากเข็มทิ่มรอบที่ 3 ของวัน OTL เชอะ!!

แต่ก่อนให้น้ำเกลือ พี่พยาบาล ให้กินยาเม็ดแดงๆเข้าไป 2 เม็ดด้วย มารู้ทีหลังว่ามันคือ โพแทสเซียมแหละ.. เพราะว่าเราขาดโพแทสเซียมด้วย.. ไรว่ะ น้องเราอาการหนักกว่าเรานะ แต่ไหงมันไม่เห็นจะขาดทั้งเกลือแร่ทั้งโพแทสเซียมล่ะ -*-

 

ประมาณ 14.30 น.

อากับพี่ชาย (ลูกอา) โผล่มาเยี่ยม เซอร์ไพรมาก แบบว่ามาได้ไง

อาก็แบบมันบังเอิญ พอดีจะแวบมาดูแว่น กับซื้อของที่โกลเด้นเพลส แล้วเจอพ่อ ก็เลยรู้ว่าเรากับน้องนอนให้น้ำเกลืออยู่

ตอนนี้น้ำเกลือใกล้หมดขวดพอดี >< จะได้กลับบ้านแย้วว

พี่พยาบาลก็วัดความดันอีกรอบ ของเราปกติดี.. แต่เราว่าความดันเราแอบสูงนิดๆแฮะ - - อืมมม

ต้องออกกำลังกายรักษาสุขภาพสักหน่อย - -+ 190 เท่าไหร่สักอย่างและ -0- ส่วนของน้องเราอะไรไม่รู้ เครื่องมันร้องเลย พี่พยาบาลต้องวัดใหม่หลายรอบ

แถมต้องวัดไข้ใหม่อีก สรุปคือรอบแรกได้ 40 องศา ยังไม่ลด.. เลยกินยาลดไข้ไป แล้วพี่เค้าก็เอาอะไรไม่รู้ มาหนีบนิ้วน้องด้วย เหอะๆ - -

ท่านั่งมันเลยดูเก๋ามาก นั่งบนเตียงผู้ป่วย ชันเข่า มือขวา มีสายน้ำเกลือ มือซ้ายมีที่หนีบนิ้ว ในปากคาบปรอท - -+ โคดยากูซ่าเลย 555

พอน้องวัดความดัน กับวัดไข้ (คราวนี้เหลือ 39.5 องศา) อีกรอบเสร็จ ก็ได้เวลาถอดเข็มน้ำเกลือ -0-

ตอนใส่ก็เจ็บนะ เจ็บๆปวดๆน่ะ แต่ตอนถอดเหมือนจะเจ็บน้อยกว่า.. แต่ตอนเข็มหลุดออกจากเนื้อเนี่ย.. เจ็บอ้ะ - - เห็นพ่อบอกว่าเลือดพุ่งด้วย (เราไม่กล้ามองอะ ทั้งตอนเจาะเลือดใส่เข็มถอดเข็ม) 

หันหน้าไม่ยอมมองมือซ้ายที่กำลังถอดเข็มอยู่ แต่ดันไปเจอน้องที่นั่งอยู่บนเตียงด้านขวากำลังเอาเข็มออกเหมือนกัน.. = = เข็มเล็กๆ ยาวประมาณ 1.5 - 2 นิ้วได้มั้ง โฮกกกก

นี่ตูโยนยัดเข็มขนาดนี้เข้าเส้นเลือดเรอะ -*-

พอถอดเข็มเสร็จสรรพ ก็ได้เวลากลับบ้านแล้ว~~

 

15.30 น.

ถึงบ้าน แต่ไข้น้องยังไม่ลดเท่าไหร่.. มันเลยขึ้นไปนอน (เป็นโรคเดียวกันนะเนี่ย - -" แต่ของมันเหมือนยังหาสาเหตุไม่ได้.. มั้ง)

แต่เราลัลล้าดีแล้ว ตั้งแต่ฉีดยา แต่แค่เหนื่อยๆเพลี่ยๆเฉยๆเลยหลับคารถเข็ญอย่างที่ว่า -0-

อ้อ ยังมีไข้อยู่ต่ำๆด้วย - - เลยโดนพ่อออกคำสั่งให้นอนแต่หัวค่ำ..

 

ประมาณ 18.00 น.

ไข้น้องเหมือนจะลดลงแล้วหน่อยๆ แต่มันเพ้ออีกแล้ว แม่พึ่งกลับมาจาก ตจว. จะไปดูน้องมันก็เพ้อเลย บ่นๆอะไร จะตายแล้วๆ ไม่ค่อยรู้สึกตัวด้วย OTL... น้องกรู ทำเอาใจหายใจคว่ำอีกแล้ว

คราวก่อนโน้น เพ้อน่ากลัวมากกก วิ่งไปหาแม่ แล้วบ่นๆอะไรสักอย่างด้วย.. เพ้อเรื่องน่ากลัวด้วยแหละ orz ออกแนวเจ้ากรรมนายเวณกลายๆเลยมั้ง ปิศาจๆอะไรของมันนี่แหละ - -"

 

 

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2553

ตอนนี้ไม่มีไข้แล้ว แต่น้องเราตัวรุ่มๆอยู่ละมั้ง มันก็บ่นๆ เป็นโรคเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมพี่หายก่อนล่ะ -*-

เราก็หัวเราะหึๆ ก็เม็ดเลือดขาวฉันสูงกว่าแก่เกือบๆ 1000 เลยนะเว้ย (หน่วยเป็นอะไรสักอย่าง แต่เม็ดเลือดขาวเราสูงจริงๆนะ -0-)

สรุปคือ วันนี้มีแรงมาอัพบล็อคแล้วนั่นแล 555 >w<

แต่ต้องมานั่งทำการบ้านที่กองท่วมหัวด้วยนี่มัน...

เห็นใจคนพึ่งฟื้นจากการป่วยหน่อยได้ม้ายยยยยยย

 

และส่งท้ายกันเล็กน้อย

ช่วงนี้จะกินจะดื่มอะไรก็ระวังๆกันหน่อยนะคะ ^^

อากาศร้อนๆแบบนี้ของเสียของบูดได้ง่ายด้วย กินอะไรก็ต้องปรุงสุกและสะอาดด้วยนะ - -" ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนเรา อาหารทะเลก็ต้องทำให้สะอาดและต้องแน่ใจว่าสดด้วย -0-

ระวังเนื้อปลาปักเป๋าด้วยนะ ตอนแรกหมอสงสัยว่ากินปลาปักเป๋าไปโดยบังเอิญป่าว มือชาทั้งพี่ทั้งน้อง (น้องมันเท้าชาด้วย - -) 

เพราะงั้น ก็ออกกำลังกายรักษาสุขภาพกันทุกคนด้วยนะ ^^b

อย่าเป็นเหมือนเรากับน้อง ที่ไม่เห็นโลงศพแล้วไม่หลั่งน้ำตา ฮะฮะ (หัวเราะแห้งๆ)

 

ปล. เห็นเพื่อนหมีบอกว่า "แกเป็นโรคเดียวกับ ชยฮ. (ชองยุนโฮ) ยินดีด้วยนะ" ด้วย กรั่กๆ น่าดีใจตรงไหนว่ะ แอบทรมานนะเออ -0-

ปลล. หวังว่าคงไม่ปวดตากับสีฟอนต์นะ.. พยายามมาหลายสีแล้ว เหอะๆ

edit @ 19 Jun 2010 21:23:50 by [chibi] Fairy ~*

edit @ 19 Jun 2010 21:31:11 by [chibi] Fairy ~*

Comment

Comment:

Tweet

ไปไหนอ่าครับ หายไปเลยๆๆ ลืมกันยังครับ

confused smile confused smile

#5 By 13oyFriend on 2010-07-14 17:37

เพิ่งมีโอกาสโผล่ออกมาจากหลุม(งาน) บ้างอะไรบ้าง หลังจากที่มาบ่นๆ เรื่องตุ๊กตาไปสองรอบติด 55+

ตอนนี้ก็สรุปว่า หายดีแล้วใช่ป่ะ? ทั้งเราทั้งน้องเลยอ่ะ?
ยังไงก็ขอให้อยากไปเจออะไรที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ขึ้นอีกเลยเนอะ ... ทรมานโคตรๆ

ช่วงที่เรียนมหาลัย ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ต้องทรมานกับอาการเกี่ยวกับช่องท้องบ่อยๆ เรียกว่า เป็นอาทิตย์ละครั้งได้เลย
สนุกสนานมากกกกก sad smile

แต่หายดี ก็ดีแล้ว
จะได้มีแรงทำนู้นทำนี่ต่อ 55+

#4 By haru6886 on 2010-06-21 22:38

ขอให้หายไวๆ นะครับ

ส่งกำลังใจให้confused smile confused smile confused smile confused smile

บ้านผมตอนนี้ ฝนไม่ตกมาเป็นอาทิตแล้ว

เมื่อก่อนตกได้ทุกวัน ตอนนี้เลยร้อนมากๆเลย

#3 By 13oyFriend on 2010-06-20 12:15

ช่วงนี้อากาศร้อนจริงๆ ค่ะ ร้อนจนถ้าละลายได้คงละลายไปแล้ว(?)

ขอให้หายสนิทไวๆ นะคะ ^^

#2 By seren on 2010-06-19 17:03

อากาศมันร้อนนะ บางทีอาหารก็เลยต้องระวังมากเป็นพิเศษ แหม อยากเดาว่าโรงอาหารอะไร อิอิ

ว่าแต่...โดนฉีดตูด!!! open-mounthed smile เอ้ยยยยย...สะโพกใช่มะ

5555+ น้องนุ่งไม่สบาย แทนที่จะขอให้หายป่วย นี่ไม่มี๊ แซวเล่นสนุกสนาน confused smile

น้องเล็กไม่สบายแล้วเดินหายไปห้องอื่นนี่น่าสนุกมากกกก น่าสนใจจริงๆ (ดูมัน ยังไม่เลิกแซวอีกนะ open-mounthed smile )

หายป่วยไวๆนะจ้ะน้องรัก

#1 By ease supsnerv on 2010-06-19 12:45